Subscribe to ใช้เทคโนโลยีในการติดตามข่าวสาร Subscribe to ใช้เทคโนโลยีในการติดตามข่าวสาร's comments
Comments off

.

.


Comments off

.

.


วัฒนธรรมถือเป็นสิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือ ความเชื่อและค่านิยมของกลุ่มคนเหล่านั้น เพราะทั้งความเชื่อและค่านิยมเป็นตัวกำหนดทัศนคติการมองชีวิตและมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมทางสังคมของกลุ่มคนหนึ่งๆ ในการที่จะทำความเข้าใจความเชื่อและค่านิยมของชาวอาหรับนั้น มีความแตกต่างหลากหลาย ไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกัน แม้ว่าพวกเขาทั้งหมดจะมีอัตลักษณ์เป็นอาหรับเหมือนกัน สำหรับค่านิยมอาหรับพื้นฐานที่มีอยู่ร่วมกัน คือ ต้องประพฤติปฏิบัติในอันที่จะสร้างความประทับใจให้ผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา  เกียรติยศ ศักดิ์ศรี การมอบความจงรักภักดีต่อครอบครัว ชนชั้นทางสังคมและพื้นฐานทางครอบครัวถือเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดสถานะของบุคคล ต้องสงวนรักษาบรรทัดฐานศีลธรรมทางสังคม นอกจากนั้น ทัศนคติทางศาสนาพื้นฐาน ชาวอาหรับส่วนใหญ่เชื่อมั่นศรัทธาในพระเจ้าองค์เดียว จำนนต่ออำนาจของพระองค์ และเข้าใจเอาเองว่ามนุษย์ทุกคนนั้นมีศาสนาของตน มนุษย์ไม่สามารถควบคุมทุกเหตุการณ์ได้ ความเคร่งครัดในศาสนาเป็นคุณลักษณะที่ได้รับความชื่นชมมากที่สุด ไม่มีการแบ่งแยกระหว่างศาสนจักรกับอาณาจักร ความเชื่อความศรัทธาและการปฏิบัติศาสนกิจถือเป็นเรื่องอ่อนไหวที่ไม่สามารถจะล่วงเกินหรือจาบจ้วงได้

ชาวอาหรับมีลักษณะนิสัยโอบอ้อมอารี มีมนุษยธรรม จรรยามารยาทดีเรียบร้อยและมีความจงรักภักดี ชาวอาหรับมองคุณสมบัติเฉพาะเหล่านี้เป็นลักษณะของพวกตนที่เป็นเสมือนเครื่องแยกพวกเขาออกจากกลุ่มชนอื่นๆ ในขณะที่โลกอาหรับกำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านสู่ความทันสมัยทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง และวัฒนธรรม

กลเม็ดในการทำธุรกิจกับชาวอาหรับ

1.แต่งกายให้สุภาพเรียบร้อยและดูเป็นทางการ ด้วยการใส่สูทและผูกเนคไทซึ่งถือว่าเป็นการแต่งกายที่สุภาพของนักธุรกิจ

2.ควรปฎิบัติตัวกับทุกคนที่เจรจาธุรกิจกับคุณเสมือนว่าเขาเหล่านั้นเป็นผู้บริหารระดับสูงเท่าเทียมกัน ควรแสดงออกถึงความเป็นมิตรและสุภาพเพื่อเป็นการให้เกียรติกับผู้เป็นเจ้าบ้าน

3.ไม่ควรเป็นฝ่ายเริ่มการเจรจาก่อน

4.ไม่จำเป็นต้องทักทายกันด้วยการจับมือเสมอไป

5.อย่าลืมเขย่าถ้วยกาแฟเพื่อแสดงว่าคุณไม่ต้องการเพิ่ม

6.อย่าเชื่อถือคนขับแท็กซี่มากเกินไป ควรสอบถามเส้นทางที่แน่นอนกับทางโรงแรมก่อนที่จะออกเดินทางเพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาและพลาดการนัดหมายโดยไม่จำเป็น

7.เดินทางให้ถึงในวันเสาร์ เพราะชาวอาหรับจะทำงานตั้งแต่วันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี

8.ไม่ควรเดินทางมาเจรจาธุรกิจในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม เพราะเป็นช่วงที่อากาศร้อนที่สุด ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการนัดหมายเจรจาธุกิจในช่วงดังกล่าว


สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำในสังคมชาวอาหรับ
ชาวอาหรับจะให้ความเคารพผู้อาวุโสเป็นอย่างมากและแสดงออกในหลายๆสถานการณ์ เช่น ลุกยืนขึ้นเมื่อผู้อาวุโสเดินเข้ามาในห้อง ทักทายผู้อาวุโสเป็นลำดับแรก ให้บริการผู้อาวุโสเป็นลำดับแรก ลุกขึ้นยืนเมื่อต้องพูดกับผู้อาวุโส ในกรณีพบปะสังสรรค์กับคนที่รู้จักเป็นครั้งแรก แม้ผู้รับจะไม่คาดหวังของขวัญ แต่ก็เป็นสิ่งที่ดีที่จะมอบของขวัญเล็กๆน้อยๆเพื่อสร้างความสัมพันธ์ โดยของขวัญอาจจะเป็นหนังสืออ่านสนุกๆ ของที่ระลึกสื่อถึงบริษัทที่เขาทำ หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับพื้นเพหรือกิจกรรมยามว่างของผู้รับ อย่างไรก็ตามไม่ควรมอบ ปากกา หรือ นาฬิกาติดข้างฝาธรรมดาเพียงเพื่อให้เป็นของขวัญ ในกรณีที่เป็นหัวหน้าอาวุโสอาจไม่จำเป็นต้องจัดหาของขวัญเพื่อมอบให้กับผู้อื่น

เพศและการแต่งกาย ผู้ชายควรหลีกเลี่ยงการจ้องหรือสบสายตาเป็นเวลานานกับผู้หญิงชาวมุสลิม การสอบถามข้อมูลเรื่องภรรยาหรือลูกสาวถูกมองว่าไม่เหมาะสม ควรจะถามในประเด็นของครอบครัวและสุขภาพจะดีกว่า ซึ่งก็ไม่ควรเจาะจงแต่สมาชิกครอบครัวที่เป็นผู้หญิงเพราะถือเป็นเรื่องส่วนตัวมากของชาวอาหรับ การแต่งกายอย่างสุภาพเป็นเรื่องสำคัญในตะวันออกกลาง ผู้ชายและผู้หญิงควรแต่งกายให้มิดชิด ปิดไหล่ แขน ขา ปิดนิ้วเท้าเพื่อป้องกันความรู้สึกต่อต้านจากชาวท้องถิ่น ทุกคนควรถอดรองเท้าและผู้หญิงควรคลุมผมเมื่อต้องเข้าสถานที่ทางศาสนา

มารยาททางสังคม
– ควรยืนขึ้นเมื่อมีคนเข้ามาในห้อง
– ถ้าเราเป็นผู้เข้ามาในห้อง ให้จับมือกับทุกคน โดยเริ่มจากคนที่อยู่ทางขวามือของเราก่อน
– ผู้ชายไม่ควรยื่นมือเพื่อจับมือกับผู้หญิงอาหรับ นอกจากว่าฝ่ายหญิงยื่นมือให้ก่อน หากฝ่ายหญิงไม่ยื่นมือให้ก่อน ให้ทักทายด้วยวาจาก็ถือว่าเหมาะสมแล้ว
– ผู้ชายไม่ควรชม ภรรยา, น้องสาว, และ ลูกสาวของชาวอาหรับว่า สวย หรือ น่ารัก เพราะจะถือว่าเป็นการไม่สุภาพ
– ชายมุสลิมบางคน จะไม่จับมือกับผู้หญิงที่ไม่อยู่ในครอบครัวของเขา
– ชาวมุสลิมจะปฏิบัติตัวแบบอนุรักษ์นิยมในการเข้าสังคม (Conservative Behavior) และถือความเป็นส่วนตัว (Privacy)
– การแสดงความรักระหว่างสามี-ภรรยา จะไม่ทำในที่สาธารณะในการเข้ากลุ่มสังคม, การพูดคุย หยอกล้อ และ หัวเราะ จะกระทำด้วยเสียงที่เบา ไม่รบกวนผู้อื่น
– หากมีข้อโต้แย้งในครอบครัว หรือ กับญาติ และ เพื่อนฝูง จะไม่โต้เถียงกันต่อหน้าฝูงชนหรือผู้อื่น


7bc2bb7dc98e633ef8e8592549bc5b36
ตะวันออกกลางถือว่าเป็นดินแดนที่ไม่เคยว่างเว้นความขัดแย้งและสงครามตลอดระยะเวลาอันยาวนานของประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ซึ่งความขัดแย้งในดินแดนตะวันออกกลางโดยเฉพาะในพื้นที่ปาเลสไตน์นั้นเกิดขึ้นตลอดเวลา ตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งมีแบ่งเขตอิทธิพลยึดครองกันระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศส มีการอพยพของชาวยิวมายังดินแดนปาเลสไตน์อย่างต่อเนื่อง และมาพุ่งขึ้นสูงสุดเมื่อชาวยิวหนีตายจากการไล่ล่าของพวกนาซีจากยุโรปสู่ดินแดนถิ่นฐานดั้งเดิมของตัวเอง ต่อมาคณะกรรมการที่ดูแลเรื่องปัญหาปาเลสไตน์ของสหประชาชาติได้พิจารณาสนับสนุนและเสนอให้มีการแบ่งปาเลสไตน์ออกเป็น 2 ประเทศ

ดินแดนตะวันออกกลางเป็นจุดศูนย์กลางของความขัดแย้งตั้งแต่ปีค.ศ.1945 เนื่องจากน้ำมันในภูมิภาคนี้เป็นขุมพลังสำคัญที่ชาติมหาอำนาจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และยุโรปตะวันตก ต่างก็ต้องการ โดยสองมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต ต่างสนับสนุนการแบ่งแยกดินแดนปาเลสไตน์เพื่อแก้ปัญหา แต่ชาวอาหรับปาเลไตน์ไม่เห็นด้วยก่อการชุมนุมประท้วงและในที่สุดก็นำมาสู่ความจราจลวุ่นวาย มีการปะทะกันระหว่างชาวยิวแบะชาวอาหรับ ขณะที่สมัชชาใหญ่ของสหประชาชาติกำลังแสวงหาแนวทางในการเข้าไปคุ้มครองสันติภาพในพื้นที่ขัดแย้ง

สาเหตุความขัดแย้งระหว่างกลุ่มประเทศอาหรับ

1.สาเหตุด้านเชื้อชาติ เพราะเป็นดินแดนที่มีหลากหลายเชื้อชาติมาตั้งแต่อดีต คือ อาหรับ เปอร์เซีย เติร์ก ที่เหลือเป็น เคิร์ด ยิว และชนกลุ่มน้อยอื่นๆ
2.ความขัดแย้งทางด้านศาสนา เพราะเป็นแหล่งกำเนิดศาสนาสำคัญของโลกถึง 3 ศาสนา คือ ศาสนายิว คริสต์ศาสนา และศาสนาอิสลาม
3.ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากประเทศต่างๆในภูมิภาคตะวันออกกลางมีฐานะไม่เท่าเทียมกันทางด้านเศรษฐกิจ ทรัพยากรน้ำมันจึงกลายเป็นสาเหตุของความขัดแย้ง
4.ปัญหาทางด้านการเมือง เนื่องจากประเทศต่างๆในภูมิภาคตะวันออกกลางมีระบอบปกครองที่แตกต่างกัน
5.การแทรกแซงของชาติมหาอำนาจ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้น

ผลกระทบของปัญหาความขัดแย้ง

1.สภาพการเมืองของโลกตึงเครียดขึ้น
2.ได้เปิดโอกาสให้ชาติมหาอำนาจเข้ามาแทรกแซงมีอิทธิพลในประเทศต่างๆ
3.ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง
4.ส่งผลให้เกิดการก่อการร้ายไปทั่วโลก
5.ความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก
6.เกิดผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจ
7.ขวัญและกำลังใจชาวอเมริกันตกต่ำ
8.ประชาชนให้การสนับสนุนรัฐบาลในการรักษาความมั่นคง